บทที่ 9 ตอนที่ 9

“งั้นแม่นอนเถอะจ้ะ นิดาไม่กวนแล้ว ถ้าอยากได้อะไรเรียกนิดาได้นะจ๊ะแม่ นิดายินดีบริการ เพราะนิดารักแม่” ก้มลงหอมแก้มมารดาด้วยความรักใคร่

นางวันนายิ้มออกมาทั้งน้ำตา ตั้งแต่เสียสามีไปในอุบัติเหตุเมื่อครั้งนั้น หล่อนมีชีวิตอยู่มาได้จนถึงป่านนี้ ก็เพราะญานิดาลูกรักคนนี้

“แม่ก็รักนิดามากนะจ๊ะ ดูแลตัวเองดีๆ แม่จะได้สบายใจ”

“ค่ะ นิดาสัญญาว่าจะดูแลตัวเองให้ดี เพื่อแม่ค่ะ”

สองแม่ลูกกอดกันแน่นทั้งน้ำตา ความรัก ความห่วงใย ความเอื้ออาทรถูกถ่ายทอดให้กันและกันอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

เขาว่าความรักของแม่เปรียบเสมือนดอกมะลิสีขาว บริสุทธิ์ สะอาด ไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทน ญานิดาขอยืนยันว่ามันคือความจริง เพราะแม่ของหล่อนไม่เคยต้องการอะไรจากหล่อนเลย นอกจากอยากเห็นหล่อนมีความสุขเท่านั้น

ดิมิเทรียสนั่งมองน้องชายที่ใบหน้าบูดบึ้ง กระดกแก้วบรั่นดีลงคอไปแก้วแล้วแก้วเล่าด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะเอ่ยแซวออกมาเสียงขบขัน

“เห็นผู้หญิงคนนั้นจู๋จี๋กับคนรักอยู่หรือไง ถึงได้มานั่งซดเหล้าหน้าบึ้งแบบนี้”

นิ้วแกร่งสีแทนยาวเรียวบีบแก้วบรั่นดีแน่นจนแทบละเอียด นัยน์ตาสีเข้มคมกริบตวัดขึ้นมองหน้าพี่ชายคนรองที่นั่งอมยิ้มอยู่ข้างๆ อย่างอารมณ์ไม่ดีนัก

“พี่ดิมเดาพลาดแล้วล่ะครับ”

“เดาพลาด? หมายความว่ายังไงลูซ”

รอยยิ้มหยันโลกผุดพรายขึ้นที่มุมปากบางเฉียบสีสดของลูเซียสช้าๆ

“ก็คนที่เธอจู๋จี๋ด้วยคือผมต่างหาก ผมพึ่งจะจูบเธอ”

“ก้าวหน้านะลูซ ไหนว่าจะไม่สนแล้วไง” ดิมิเทรียสหัวเราะร่วน ยกมือขึ้นตบไหล่น้องชายอย่างให้กำลังใจ

“ผู้หญิงสวยๆ มีเยอะแยะไป เดี๋ยวพี่แนะนำให้รู้จัก บางทีนายอาจจะลืมแม่ยาใจคนนั้นไปสนิทเลยก็ได้ใครจะไปรู้”

ลูเซียสจ้องหน้าพี่ชายเขม็ง ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“แล้วพี่ดิมล่ะ ลืมเคทได้หรือเปล่า เวลามีผู้หญิงสวยๆ คนอื่นมาอยู่ใกล้ๆ น่ะ”

คำพูดของน้องชายทำเอาดิมิเทรียสที่ยิ้มกว้างอยู่นั้นหุบฉับลงทันที ใบหน้าหล่อเหลากระด้างขึ้นมาจนลูเซียสต้องส่ายหน้า

“ผมก็รู้สึกเหมือนที่พี่ดิมกำลังเป็นอยู่นั่นแหละครับ ผู้หญิงคนไหนก็แทนคนที่เราถูกใจไม่ได้ คนที่ไม่ใช่ต่อให้พยายามแค่ไหน ก็ไม่มีวันใช่หรอกครับ”

ดิมิเทรียสแค่นยิ้ม

“นั่นมันสำหรับนาย แต่สำหรับพี่ ผู้หญิงก็เหมือนๆ กันหมด ทุกคนมีไว้บำบัดความใคร่ให้กับผู้ชายทั้งนั้น ถ้ามีเงินก็มีสิทธิ์เลือก”

“แต่เงินซื้อเคทไม่ได้ พี่ดิมก็รู้ ผมว่าพี่ดิมหนักกว่าผมอีกนะ รักแต่ไม่ยอมรับเนี่ย”

กรามแกร่งของดิมิเทรียสขบกันจนขึ้นสันนูน มือใหญ่เอื้อมไปคว้าแก้วบรั่นดีที่รินไว้นานแล้วขึ้นมากระดกจนหมดแก้ว

ไม่อยากนึกถึงผู้หญิงคนนั้นเลย ผู้หญิงที่เลือกจะเดินหนีแทนที่จะวิ่งเข้าหาเขาเหมือนกับแม่สาวคนอื่นๆ แต่ฝันไปเถอะว่าคนอย่างนายดิมิเทรียส เมเนนเดซ จะตามไปง้องอน แคทเธอรีนต่างหากที่ต้องซมซานกลับมาซบแทบเท้าของเขา

“ผู้หญิงเปลี่ยนใจง่ายไม่ต่างจากจิ้งจก บางทีถ้านายเลือกที่จะใช้เงินแทนหัวใจกับแม่ญานิดาอะไรนั่น นายก็อาจจะได้เห็นทาสแท้ของเจ้าหล่อนในเร็ววันนี้ก็ได้ และนายก็จะได้รู้ว่าผู้หญิงเหมาะสำหรับบำบัดความใคร่เท่านั้น ไม่เหมาะสำหรับเป็นแม่ของลูกนายหรอก” ทัศนคติที่ดิมิเทรียสมีต่อผู้หญิงแย่กว่าลูเซียสเสียอีก

“ผมว่าเราเลิกพูดเรื่องนี้กันดีกว่า มันน่าปวดหัวชะมัด ดื่มกันเถอะ”

ลูเซียสยกแก้วบรั่นดีที่บริกรมาเติมให้แล้วชนกับพี่ชาย ก่อนจะเทลงคอไปจนหมด ดิมิเทรียสเองก็ดื่มจนหมดแก้วเช่นเดียวกับน้องชาย

“แล้วนี่นายจะกลับนิวยอร์กเมื่อไรล่ะ หรือว่าจะประจำที่กรุงเทพฯ นี่จนกว่าจะได้ผู้หญิงคนนั้นมาขึ้นเตียง”

ลูเซียสส่ายหน้าช้าๆ

“ไม่ใช่หรอกครับ ตอนนี้ที่นิวยอร์กอยู่ตัวแล้ว ที่กรุงเทพฯ นี่ต่างหากที่องค์กรยังไม่มีประสิทธิภาพพอ ผมคงต้องรื้อระบบใหม่ พอเรียบร้อยแล้วก็จะกลับเอเธนส์ กะว่าจะไปเยี่ยมพี่ริคกับคุณอรสักหน่อย ได้ข่าวว่าพี่สะใภ้ของพวกเราท้องแก่ใกล้จะคลอดแล้ว”

ดิมิเทรียสระบายยิ้ม

“พี่ก็ได้ข่าวมาอย่างนั้น อาทิตย์หน้าหลังจากจัดการเรื่องโรงเรียนของภิญญาพัชฌ์เรียบร้อยแล้ว พี่ก็จะกลับไปเอเธนส์สักพักเหมือนกัน”

“ภิญญาพัชฌ์? เด็กคนที่พี่ริคให้พี่ดิมอุปการะน่ะหรือครับ”

ผู้เป็นพี่พยักหน้ารับช้าๆ

“ใช่ ครอบครัวของภิญญาพัชฌ์ยากจนมาก พี่ก็เลยต้องช่วยเหลือหามหาวิทยาลัยให้กับเธอน่ะ เพราะยายแฉล้มแกอยากให้หลานเรียนสูงๆ”

สองพี่น้องนั่งคุยกันจนเกือบจะแยกย้ายกันกลับบ้านใครบ้านมันอยู่แล้ว แต่ลูเซียสก็เห็นใครคนหนึ่งที่เขาจำได้ติดตากำลังนั่งพลอดรักอยู่กับสาวเจนจัดนางหนึ่งที่โต๊ะมุมในสุด ทั้งคู่แลกลิ้นกันอย่างเมามัน ทำราวกับหากผสมพันธุ์ในนี้ได้ก็คงจะทำ

“รู้จักเหรอลูซ” ดิมิเทรียสมองตามสายตาของน้องชายไป ก่อนจะเอ่ยถามขึ้น

ลูเซียสพยักหน้าช้าๆ หากสายตายังไม่หยุดจ้องมองชายหญิงคู่นั้น

“คนรักของญานิดายังไงล่ะครับ ไม่คิดว่าจะมั่วแบบนี้”

คำพูดของน้องชายทำให้ดิมิเทรียสแสยะยิ้มหยันที่มุมปาก

“ผู้ชายก็แบบนี้แหละ พวกเราก็ไม่หยุดเหมือนกันไม่ใช่หรือ”

“แต่พวกเขาเป็นคนรักกัน หากผมมีคนที่ผมรักจริงๆ ผมก็จะไม่แทงข้างหลังแบบนี้”

“เป็นเอามากนะลูซ พี่ว่านายควรออกห่างผู้หญิงคนนั้นซะ รีบกลับไปนิวยอร์กหรือเมืองไหนก็ได้ที่เรามีสาขาอยู่ นายจะได้รอดพ้นจากหายนะครั้งนี้”

ลูเซียสไม่ได้แสดงความคิดเห็นอะไรออกมากับคำแนะนำของพี่ชาย เขาเลือกที่จะนั่งมองผู้ชายคนนั้น คนที่ญานิดาเลือก ด้วยสายตาที่เย็นชา สมองชาญฉลาดเริ่มครุ่นคิดหาทางออกที่แยบยลให้กับหัวใจตัวเอง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป